นักวิจัยไทยทดสอบอาหารเม็ดจากกระถิน Leucaena leucocephala ที่เติมกลีเซอรินดิบ 0–15% ในแพะเพศผู้ลูกผสม Boer × พื้นเมืองไทย 32 ตัวนาน 90 วัน ปริมาณอาหารที่กินลดลงเล็กน้อย แต่สัดส่วนการเพิ่มน้ำหนักต่ออาหารดีขึ้น พร้อมการเปลี่ยนการหมักในรูเมนและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การลดมีเทนและก๊าซเรือนกระจกเป็นผลคำนวณจากแบบจำลองสโตอิชิโอเมตรี ไม่ใช่การวัดการปล่อยจริง
ข้อค้นพบสำคัญ
- วัตถุแห้งที่กินลดจาก 1.19 เป็น 1.12 กิโลกรัมต่อวัน แต่ gain-to-feed ratio เพิ่มจาก 0.088 เป็น 0.108 กิโลกรัมต่อกิโลกรัม โดยไม่พบผลต่อการย่อยได้ของสารอาหาร
- สัดส่วน propionate ในรูเมนเพิ่มจาก 18.3 เป็น 28.1 mol/100 mol และอัตราส่วน acetate ต่อ propionate ลดจาก 3.76 เป็น 2.23 ขณะที่ ammonia nitrogen ไม่เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ
- ปริมาณไนโตรเจนที่กินและไนโตรเจนในมูลลดลง แต่การกักเก็บไนโตรเจนไม่เปลี่ยน ส่วน microbial nitrogen เพิ่มจาก 11.23 เป็น 12.99 กรัมต่อวัน
- แบบจำลองคาดว่ามีเทนลดลง 25% และความเข้มการปล่อยลดจาก 35.69 เป็น 27.17 กิโลกรัม CO2e ต่อกิโลกรัมน้ำหนักเพิ่ม ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่ม 87% และ ROI เพิ่มจาก 12.9% เป็น 25.4%
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
งานเชื่อมวัตถุดิบอาหารสัตว์เขตร้อนกับผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมไบโอดีเซล จึงมีศักยภาพต่อเศรษฐกิจหมุนเวียนและการลดต้นทุนอาหารสัตว์ในภูมิภาค แต่ข้อกล่าวอ้างด้านภูมิอากาศต้องยืนยันด้วยการวัดมีเทนจริง การประเมินวัฏจักรชีวิต และการทดสอบความแปรผันของคุณภาพกลีเซอรินดิบในฟาร์มหลายแห่ง
บทบาทของนักวิจัยไทย
Nirandorn Nakdaeng ผู้เขียนติดต่อและ Kanok Chaovapasee จากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมกับ Sirirat Buaphan จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกแบบและทดสอบสูตรอาหารในแพะลูกผสมที่สอดคล้องกับระบบการผลิตสัตว์เขตร้อนของไทย
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ตัวอย่างมีเพียง 32 ตัว เป็นแพะเพศผู้วัยเจริญเติบโต และทดลอง 90 วันในสภาวะเดียว จึงยังไม่ครอบคลุมสุขภาพระยะยาว คุณภาพซาก การสืบพันธุ์ หรือฟาร์มเชิงพาณิชย์ ที่สำคัญ มีเทนไม่ได้วัดด้วย respiration chamber หรือเทคนิค tracer และผลเศรษฐกิจขึ้นกับราคาวัตถุดิบ จึงไม่ควรเรียกสูตรนี้ว่าอาหารลดคาร์บอนจากข้อมูลชุดเดียว