ศึกษานักศึกษา 122 คน เปรียบเทียบ ModBEVQ สองครั้งห่างกัน 1 เดือนกับบันทึกเครื่องดื่ม 4 วัน พบค่าสหสัมพันธ์แตกต่างกันตามชนิดเครื่องดื่มและน้ำตาล โดยมี bias เฉลี่ยเล็กน้อยแต่ limits of agreement กว้าง จึงเหมาะกับการประมาณค่าเฉลี่ยระดับกลุ่มมากกว่ารายบุคคล
ข้อค้นพบสำคัญ
- เหมาะประเมินระดับกลุ่ม
- ไม่ควรใช้ประเมินรายบุคคล
- ประสิทธิภาพแตกต่างตามชนิดข้อมูลเครื่องดื่ม
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
สนับสนุนการเฝ้าระวังการบริโภคเครื่องดื่มหวานในประชากรวัยมหาวิทยาลัย
บทบาทของนักวิจัยไทย
งานนี้ดำเนินการในบริบทของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยผู้เขียนที่ระบุในระบบทั้งหมดมีสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล และใช้กลุ่มตัวอย่างนักศึกษามหิดล 122 คนเพื่อพัฒนาและตรวจสอบความสามารถของเครื่องมือประเมินการบริโภคเครื่องดื่มหวานในบริบทไทย ผลงานจึงสะท้อนทั้งบทบาทด้านวิจัยโภชนาการและการพัฒนาเครื่องมือเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่สามารถต่อยอดในประชากรวัยมหาวิทยาลัยของไทยได้
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ความตรงระดับรายบุคคลจำกัดและตัวอย่างอยู่ในนักศึกษามหิดล